LAN UTP แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร?

LAN UTP แต่ละประเภท

ไขข้อสงสัย! สาย LAN UTP แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งาน?


1. สาย LAN UTP คืออะไร?

สาย LAN UTP (Unshielded Twisted Pair) เป็นสายเคเบิลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์สำหรับการส่งข้อมูลในระยะทางสั้นๆ สาย UTP ประกอบด้วยสายทองแดงคู่ที่บิดเป็นเกลียวเพื่อลดสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า และไม่มีฉนวนหุ้มเพิ่มเติม ทำให้มีราคาไม่แพงและติดตั้งได้ง่าย

โครงสร้างของสาย UTP:

  • สายคู่ตีเกลียว (Twisted Pairs): สาย UTP ประกอบด้วยสายทองแดง 4 คู่ รวมเป็น 8 เส้น แต่ละคู่จะถูกบิดเป็นเกลียวเพื่อลดสัญญาณรบกวนที่เกิดจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
  • ฉนวนหุ้ม (Insulation): สายทองแดงแต่ละเส้นจะถูกหุ้มด้วยฉนวนพลาสติกเพื่อป้องกันการลัดวงจร
  • เปลือกนอก (Jacket): สาย UTP ทั้งหมดจะถูกหุ้มด้วยเปลือกนอกพลาสติกเพื่อป้องกันความเสียหายทางกายภาพ

2. สาย LAN UTP มีกี่แบบ

สาย LAN UTP สามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ ตามลักษณะของสายทองแดงภายใน:

  • สายแบบ Solid:
    • ใช้สายทองแดงเส้นเดียวในแต่ละคู่ ทำให้มีความแข็งแรงและทนทาน เหมาะสำหรับการติดตั้งถาวร เช่น การเดินสายในผนังหรือเพดาน
    • ส่งสัญญาณได้ดีในระยะทางไกลกว่าสายแบบ Stranded
  • สายแบบ Stranded:
    • ใช้สายทองแดงเส้นเล็กๆ หลายเส้นรวมกันในแต่ละคู่ ทำให้มีความยืดหยุ่นและโค้งงอได้ง่าย เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับเราเตอร์
    • เหมาะสำหรับงานที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายสายบ่อยๆ

3. มีกี่ประเภท

สาย LAN UTP แบ่งออกเป็นหลายประเภทตามมาตรฐาน Cat (Category) ซึ่งแต่ละประเภทมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลและความถี่ที่แตกต่างกัน ดังนี้:

  • Cat5:
    • รองรับความเร็วสูงสุด 100 Mbps (Megabits per second) และความถี่ 100 MHz
    • ปัจจุบันไม่นิยมใช้แล้ว เนื่องจากความเร็วต่ำ
  • Cat5e (Enhanced Category 5):
    • รองรับความเร็วสูงสุด 1 Gbps (Gigabit per second) และความถี่ 100 MHz
    • นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในเครือข่ายบ้านและสำนักงานขนาดเล็ก
    • มีประสิทธิภาพในการลดสัญญาณรบกวนได้ดีกว่า Cat5
  • Cat6 (Category 6):
    • รองรับความเร็วสูงสุด 10 Gbps และความถี่ 250 MHz
    • เหมาะสำหรับเครือข่ายที่ต้องการความเร็วสูงขึ้น เช่น การเล่นเกมออนไลน์ การสตรีมวิดีโอความละเอียดสูง และการถ่ายโอนไฟล์ขนาดใหญ่
    • มีฉนวนป้องกันสัญญาณรบกวนที่ดีกว่า Cat5e
  • Cat6A (Augmented Category 6):
    • รองรับความเร็วสูงสุด 10 Gbps และความถี่ 500 MHz
    • มีฉนวนป้องกันสัญญาณรบกวนที่ดีกว่า Cat6
    • เหมาะสำหรับเครือข่ายขนาดใหญ่และสภาพแวดล้อมที่มีสัญญาณรบกวนสูง
  • Cat7 (Category 7):
    • รองรับความเร็วสูงสุด 10 Gbps และความถี่ 600 MHz
    • มีฉนวนป้องกันสัญญาณรบกวนที่ดีกว่า Cat6A
    • ใช้หัวต่อแบบ GG45 หรือ Tera ซึ่งมีความแตกต่างจากหัวต่อ RJ45
  • Cat8 (Category 8):
    • รองรับความเร็วสูงสุด 40 Gbps และความถี่ 2000 MHz
    • เหมาะสำหรับศูนย์ข้อมูลและเครือข่ายที่ต้องการความเร็วสูงสุด
    • มีฉนวนป้องกันสัญญาณรบกวนที่ดีมาก

4. สายแบบไหนเหมาะกับการใช่งานอะไร

  • Cat5e:
    • เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น การท่องอินเทอร์เน็ต การส่งอีเมล และการสตรีมวิดีโอความละเอียดมาตรฐาน
    • เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยและสำนักงานขนาดเล็ก
  • Cat6:
    • เหมาะสำหรับเครือข่ายที่ต้องการความเร็วสูงขึ้น เช่น การเล่นเกมออนไลน์ การสตรีมวิดีโอความละเอียดสูง และการถ่ายโอนไฟล์ขนาดใหญ่
    • เหมาะสำหรับสำนักงานขนาดกลางและขนาดใหญ่
  • Cat6A:
    • เหมาะสำหรับเครือข่ายขนาดใหญ่ เช่น สำนักงานที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ศูนย์ข้อมูล และสภาพแวดล้อมที่มีสัญญาณรบกวนสูง
    • เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความเสถียรของสัญญาณสูง
  • Cat7 และ Cat8:
    • เหมาะสำหรับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือที่ต้องการความเร็วสูงสุด และต้องการเสถียรภาพของสัญญาณในระยะทางไกลเป็นพิเศษ

5. ประโยชน์ของสาย LAN UTP

  • ราคาไม่แพง: สาย UTP มีราคาถูกกว่าสายเคเบิลประเภทอื่นที่มีฉนวนหุ้ม
  • ติดตั้งง่าย: การติดตั้งสาย UTP ทำได้ง่ายและรวดเร็ว
  • มีความยืดหยุ่น: สาย UTP มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน สามารถโค้งงอได้ง่าย
  • รองรับความเร็วหลากหลาย: สาย UTP มีหลายประเภทให้เลือกใช้งานตามความต้องการและความเร็วในการรับส่งข้อมูล
  • ใช้งานทั่วไปอย่างกว้างขวาง: เป็นที่นิยมใช้ตามบ้านเรือน และสำนักงานทั่วไป

6. การแบ่งตามลักษณะในการติดตั้งของสาย LAN

นอกจากการแบ่งตามประเภท Cat แล้ว สาย LAN ยังสามารถแบ่งตามลักษณะการติดตั้งได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้เลือกสายได้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและลักษณะการใช้งาน ดังนี้:

  • สายสำหรับติดตั้งภายในอาคาร (Indoor Cable):
    • สายประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อใช้งานภายในอาคารทั่วไป มีเปลือกนอกที่ป้องกันการลามไฟในระดับหนึ่ง
    • โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็นประเภทย่อยตามมาตรฐานการป้องกันการลามไฟ เช่น:
      • CM (Communication Metallic):
        • เหมาะสำหรับการเดินสายในแนวนอนภายในชั้นเดียวกัน
      • CMR (Communication Metallic Riser):
        • เหมาะสำหรับการเดินสายในแนวตั้งระหว่างชั้นต่างๆ
      • CMP (Communication Metallic Plenum):
        • เหมาะสำหรับการเดินสายในช่องว่างเหนือเพดาน (plenum spaces) ซึ่งต้องการสายที่มีคุณสมบัติป้องกันการลามไฟสูง
      • LSZH (Low Smoke Zero Halogen):
        • เป็นสายที่เมื่อเกิดการไหม้จะปล่อยควันน้อย และไม่มีสารพิษประเภทฮาโลเจน เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ปิด หรือบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่น
  • สายสำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร (Outdoor Cable):
    • สายประเภทนี้ออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น แสงแดด ความชื้น และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง
    • มีเปลือกนอกที่ทำจากวัสดุ PE (Polyethylene) ซึ่งมีความทนทานสูง

7. การแบ่งตามลักษณะในการป้องกันสัญญาณรบกวน

การป้องกันสัญญาณรบกวนเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาคุณภาพของสัญญาณในเครือข่าย สาย LAN สามารถแบ่งตามลักษณะการป้องกันสัญญาณรบกวนได้ดังนี้:

  • UTP (Unshielded Twisted Pair):
    • เป็นสายคู่ตีเกลียวที่ไม่มีฉนวนหุ้มเพิ่มเติม
    • ใช้การบิดเกลียวของสายทองแดงเพื่อลดสัญญาณรบกวน
    • เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในสภาพแวดล้อมที่มีสัญญาณรบกวนไม่สูงมากนัก
  • STP (Shielded Twisted Pair):
    • เป็นสายคู่ตีเกลียวที่มีฉนวนหุ้มเพิ่มเติม (shield) เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก
    • เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีสัญญาณรบกวนสูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม หรือบริเวณที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง
    • FTP (Foil Twisted Pair):
      • เป็นสายตีเกลียวคู่ที่มีแผ่นฟอยล์ห่อหุ้มอยู่ภายนอกสายตีเกลียวคู่ เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวน
    • S/FTP (Shielded/Foiled Twisted Pair):
      • เป็นสายตีเกลียวคู่ที่มีแผ่นฟอยล์ห่อหุ้มอยู่ภายนอกสายตีเกลียวคู่และมีฉนวนห่อหุ้มภายนอกอีกชั้นหนึ่ง เพื่อการป้องกันสัญญาณรบกวนที่สูงมาก

การเลือกใช้สาย LAN ที่เหมาะสมกับลักษณะการติดตั้งและสภาพแวดล้อมจะช่วยให้เครือข่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น


8. สรุป

สาย LAN UTP เป็นสายเคเบิลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีหลายประเภทให้เลือกใช้งานตามความต้องการและงบประมาณ การเลือกประเภทของสายที่เหมาะสมจะช่วยให้เครือข่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี


สามารถอ่านบทความอื่นได้  >>ที่นี้<<  หรือ ติดต่อสอบถามเรื่องบริการของทางเราได้ที่  >>คลิ๊ก<<

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง

Line@ UDK NETWORK: UDK NETWORK
Email: udknetwork@hotmail.com
TEL: 097-153-6987